Unseen in Thailand
  ข่าวเกี่ยวกับการท่องเที่ยว
  คำแนะนำการท่องเที่ยวทั่วไป

  เที่ยวอุทยาแห่งชาติ

  การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
  การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
  นักเดินทางน่ารู้
  ที่พักพิง
  การเดินทาง
  อาหารการกิน
  คนนำเที่ยว


  สัมภาษณ์ไกด์
  กระทู้ถาม-ตอบ
  ไปเที่ยวมาแล้ว
  โพสรูปประทับใจ
  เล่าสู่กันฟัง
  ฝากถามทีมงาน


  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
  ททท.ภาคกลาง
  ททท.ตะวันออกเฉียงเหนือ
  ททท.ภาคเหนือ
  ททท.ภาคใต้

     ททท. ปรับแนวทางรับการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว จัดแถลงแผนตลาดการท่องเที่ยวปี 47

     ททท.รับนโยบาย ใช้การตลาดชี้นำการพัฒนา สานต่อยุทธศาสตร์มุ่งให้ ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและกีฬาของเอเชีย พัฒนาตลาดในมุมมองใหม่ เพื่อ รองรับการเติบโตแบบก้าวกระโดด ตามที่รัฐบาลตั้งเป้าใน 5 ปีข้างหน้า

     เย็นวันนี้(7 กรกฎาคม 2546) ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี การท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย (ททท.) เปิดแถลงแผนการตลาดการท่องเที่ยวปี 2547 ให้กับหน่วยงานภาครัฐ สมาคม ชมรม ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวของไทย รวมกว่า 400 ราย ได้รับทราบถึงทิศทางแผนการตลาดปี 2547 ที่จะมุ่งเน้นคุณภาพ (Promoting Quality) เพื่อต้องการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้สูงขึ้น อันจะช่วยเร่งอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวให้มากตามไปด้วย โดยคาดว่าหลังเดือนกันยายนเป็นต้นไป สถานการณ์การท่องเที่ยวจะกลับคืนสู่ภาวะปกติ ก่อนหน้านี้นายสนธยา คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้กำหนดนโยบายให้ ททท.เพิ่มขนาดของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศ โดยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว พร้อมยกระดับคุณภาพของนักท่องเที่ยว มาตรฐานสินค้า และสร้างความยั่งยืน ให้แก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวตามแนวทางของสหประชาชาติ ประกอบกับให้มีการบริหารจัดการที่ทันสมัยในเชิงบูรณาการทั้งด้านการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งจะส่งผลให้เป้าหมายรายได้ขยับตามขึ้น

     ททท.ได้ระบุสถานการณ์การท่องเที่ยวของปี 2546 ว่า ได้รับผลกระทบอย่างมาก จากการระบาดของโรคซาร์ส โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคเอเชีย ตั้งแต่เมษายนจนถึงปัจจุบัน ซึ่งส่อเค้าให้เห็นได้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมเมื่อถึงสิ้นปีจะไม่ได้ ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้แต่เดิม 11.45 ล้านคนโดยปรับลดลงเหลือ 9.32 ล้านคน รายได้ 278,800 ล้านบาท สำหรับเป้าหมายทางการตลาดของปี 2547 ททท. ปรับยุทธศาสตร์สู่ตลาดท่องเที่ยวคุณภาพ คาดหวังจำนวนนักท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ 11.00 ล้านคน อยู่ในอัตราที่เพิ่ม 13.40 % รายได้ 340,000 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 17.40% เช่นกัน โดย ททท.จะให้ความสำคัญกับ 37 ตลาดหลัก ประกอบด้วยกลุ่มที่ ต้องทำการตลาดแบบเข้มข้นเพื่อเร่งการเติบโต ทั้งในตลาดขนาดใหญ่ จำนวนตั้งแต่ 1 แสนคนขึ้นไป ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน เกาหลี ฮ่องกง ไต้หวัน มาเลเซีย สิงค์โปร์ ออสเตรเลีย อินเดีย สหราชอาณาจักร สวีเดน และตลาดขนาดเล็ก ต่ำกว่า 1 แสนคน ได้แก่ เวียดนาม นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ รัสเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฯลฯ

     ด้านการกำหนดสินค้าหลักทางการท่องเที่ยว แยกเป็น 4 กลุ่มคลัสเตอร์ ได้แก่ หาดทราย ชายทะเล อุทยาน ธรรมชาติ ป่าเขา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและความสนใจเฉพาะ ไว้ขายต่างประเทศ รวมทั้งสินค้าใหม่พร้อมขาย 12 กลุ่มเช่น กิจกรรมทางน้ำ อันเดอร์ วอเตอร์ เวิล์ด พัทยา เรือดำน้ำ ภูเก็ต สุขภาพ ความงามและสปา ภูโคลน แม่ฮ่องสอน น้ำตกร้อน กระบี่ เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เชียงใหม่-จีนตอนใต้ เชียงใหม่-พม่า เส้นทางหมายเลข 8 และ 9 สู่อินโดจีน สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ปราสาทไม้สัจจธรรม อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ หอพิพิธนิทัศน์ (พิพิธภัณฑ์ฝิ่น) ตลอดจนกิจกรรมท่องเที่ยวที่จัดขึ้นเป็นพิเศษ อาทิ บางกอก ฟิล์ม เฟสติวัล พัทยา มิวสิค เฟสติวัล เทศกาลสงกรานต์ รายการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ กอล์ฟ จอห์นนี่ ว็อลคเกอร์ คลาสสิค เทนนิส วอลโว่ เป็นต้น ทั้งนี้การส่งเสริมการตลาดจะเน้นที่ผลตอบแทนสูงและเจาะกลุ่มตลาดคุณภาพ โดยใช้กลยุทธ์ การประชาสัมพันธ์ Unseen Treasures ภายใต้ theme อะเมซิ่งไทยแลนด์ เป็นสื่อสร้างการรับรู้และก่อให้เกิดการตัดสินใจ

     ส่วนการดำเนินการด้านตลาดในประเทศ จะยังคงไว้ซึ่งโครงการเที่ยวทั่วไทยไปได้ ทุกเดือน เพราะมีผลให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น ตั้งเป้านักท่องเที่ยวคนไทย 67.12 ล้านคนครั้ง ผนวกกับการสร้างกระแสการเดินทางภายในประเทศตามแคมเปญ อันซีนที่มีการตอบรับอย่างดี โดยจะเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวที่ ยังไม่มีการนำเสนอ โรงแรมใหม่ๆ ในลักษณะบูติคโฮเต็ล กิจกรรมผจญภัยแบบอันซีน และความเป็นไทยแบบอันซีน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มปริมาณการท่องเที่ยวและกระจายการท่องเที่ยว ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่และไม่กระจุกตัวในช่วงวันหยุด คาดว่าผลตอบรับในเชิงปริมาณเมื่อรวมกับแผนการส่งเสริมการตลาดเยาวชน การส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยรถยนต์ การส่งเสริมด้านไมซ์ ตลอดจนการส่งเสริมสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ในพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว จะดึงดูดให้คนไทยได้ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และทำให้เม็ดเงินหมุนเวียน จากการท่องเที่ยวคิดเป็นจำนวน 362,500 ล้านบาท


บริษัท เอเวอร์กรีนฮอลิเดย์ จำกัด
1350/134 อาคารไทยรงค์ทาวเวอร์ ถ.พัฒนาการ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพ 10250
โทรศัพท์ 02-7137895-7 แฟกซ์02-7137897
Copyright(c) 2006-2009 by www.EzThailand.com
presented by Evergreen@ezthailand.com